รู้บ้างไว้ โรคภัยจะไกลตัว


การดำน้ำในประเทศไทยเป็นกีฬาที่ฮ๊อตฮิตอย่างเสมอต้นเสมอปลายครับ ปัจจุบันน่าจะมีนักดำน้ำที่ผ่านการรับรองได้บัตรน้ำเบื้องต้นแล้วแล้วทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 9ล้านคน (ตัวเลขจากจำนวนนักเรียนที่ได้รับการรับรองจากสถาบันหลักในโลกเช่น NAUI และPADI) โรงเรียนสอนดำน้ำก็มีมากขึ้น งานวิจัยจากสำนักงานเพื่อสนับสนุนงานวิจัยในปี 2558 สรุปว่า มีร้านและโรงเรียนสอนดำน้ำในเมืองไทยไม่ดำกว่า 245ร้าน ซึ่งเป็นของทั้งคนไทยและต่างชาติ ครูดำน้ำในเมืองไทยก็มีหลักหลายร้อยคนที่สอนอยู่ แค่พัทยาก็มีโรงเรียนและร้านดำน้ำเกือบ 70ร้านแล้ว ทำให้นักดำน้ำและกีฬาดำน้ำในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หลายครั้งเรามักจะพูดถึงข้อดี ความสนุกสนานของการดำน้ำมากกว่าข้อควรระวัง และผลที่อาจจะตามมาจากการดำน้ำลึก ซึ่งหลายครั้งผลเหล่านี้สามารถสร้างความรำคาญจนถึงมีอันตรายต่อสุขภาพของนักดำน้ำได้จนถึงเสียชีวิตได้ ถ้านักดำน้ำหรือผู้ฝึกสอนไม่เข้าใจธรรมชาติ หรือไม่ได้รับการฝึกฝนที่ดีครับ

โรคภัยไข้เจ็บโรคหนึ่งที่เกี่ยวกับการดำน้ำหรือเกิดจากการดำน้ำเราเรียกว่า Barotrauma (บาโรทรอมา) ฟังชื่ออาจจะยากแต่อธิบายไม่ยากครับ โรคกลุ่มนี้ คือการที่มีก๊าซซึมเข้าสู่ช่องว่างหรือโพรงอากาศในร่างกาย และทำให้เนื้อเยื่อเราเสียหายเพราะร่างกายเราระบายก๊าซออกไปไม่ทันนั่นเอง โรคนี้เกิดได้ทุกระดับความลึกครับ ที่พบบ่อยก็คือ หูอื้อนั่นเอง ซึ่งอาการนี้เกิดกับโพรงหูชั้นกลาง คือถ้าเราดำน้ำลงไปแล้ว ความดันมันก็สูงขึ้นตามความลึก ปริมาตรของช่องหูชั้นกลางที่มีโพรงอากาศเยอะของเราก็ลดลง ทำให้เราเจ็บหู สิ่งที่เราควรทำก็คือลดความดันนั้นลงโดยการกลั้นหายใจ เป่าลมออก หรือกลืนน้ำลายขยับกรามเล็กน้อย ก็จะดีขึ้น ธรรมชาติของร่างกายเราพยายามปรับความดันเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปเป่าลมออกแรงมาก ทำช้าๆที่ระดับความลึกมากขึ้น เพราะถ้าฝืนมากไป มันจะไปกระทบหูชั้นในที่มีโพรงอากาศน้อยกว่า ทำให้ปวดหัวมากขึ้น มึน เกิดอาการหลงน้ำหลงทิศทางได้ ทางที่ดีเมื่อปรับสภาพความดันไม่ได้ก็กลับขึ้นมาที่ความลึกอีกระดับนึง แล้วพักก่อน แล้วเริ่มทำการปรับหูใหม่ โดยการกลืนน้ำลายหรือกลั้นหายใจและการเป่าลมออกจากหูเหมือนเดิม ถ้าทำไม่ได้อีกก็กลับขึ้นเรือ นอนราบ เอาหัวสูงจากระดับพื้นประมาณ 30องศา เดี๋ยวก็จะดีขึ้นเองครับ อ้อ อีกโรคที่ต่อเนื่องกันกับเรื่องความดันในโพรงระบบประสาทก็คือตาเรานี่เองครับครับ ถ้าเป่าลมออกจาก