เลือดข้น.. คนจาง Food for Freediver


ผมมักบอกน้องๆที่กำลังจะไปสอบ freedive เสมอ ว่า ‘อย่ากินเยอะนะ เด๋วอ๊อก’ พูดบ่อยจนมีคำถามแซวกลับมาว่า ‘แล้วจะให้กินไรคะ?’ หรือ ‘ต้องอดข้าวถึงจะสอบผ่านเหรอครับ?’ จริงๆแล้วไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เรื่องของเรื่องคือ คนที่ยังไม่เคยลงน้ำที่มีระดับความลึก หรือกำลังจะลงครั้งแรก มักจะปรับตัวได้ยากหน่อย ความตื่นเต้น ตื่นทะเลก็มีส่วน ความกังกลก็มีส่วน และแน่นอน เรื่องของอาหารการกินก็มีส่วน

Credit: ISSARA MV Liveaboard - Chill Journey

ปรกติแล้วเวลาเราจะไปดำน้ำแบบ Freedive ถ้าไม่ได้ลงลึกมากและไม่ได้ดำต่อเนื่องกันนานหลายครั้งมาก (repetitive dives) ก็เลือกทานพวกโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรตบางประเภทได้ตามสมควรที่ร่างกายต้องการครับ แต่ถึงเวลาที่เราจริงจังมากกับการ Freedive ที่ระดับความลึกเกิน 15m หรือ มีต้องดำน้ำแบบที่ขึ้นลงบ่อยมากในแต่ละวัน เช่นกลุ่มนักกีฬา ครูฝึก หรือพวก spearfisher จะมีทางเลือกวิธีการฝึกให้เลือกรับประทานอาหารที่ทำให้ 'เลือดข้น' เต็มไปด้วยด่าง เราเรียกการควบคุมอาหารลักษณะนี้ว่า (Alkaline Diet) ครับ

การรับประทาน หรือการควบคุมลักษณะ “อาหารด่าง” (Alkaline Diet) หรือหลายคนรู้จักกันว่า เป็นควบคุมน้ำหนักแนว'เซเลป'

เล่าง่ายๆทวนความรู้วิทยาศาตราร์ม.2 นะครับ ค่า pH โดยค่าที่เป็นกลาง หรือ ค่าความเป็นกรด-ด่างที่ร่างกายต้องการ (pH Balance) ปรกติจะอยู่ที่ 7 ถ้าหากค่าต่ำกว่า 7 ลงไป สิ่งนั้นมีความเป็นกรด ในทางกลับกัน ถ้าค่า pH มากกว่า 7 ขึ้นไปก็จะมีความเป็นด่าง ร่างกายคนเราจะค่อนข้างไปทางด่างครับ คือจะมีค่า pH ประมาณ 7.4 +/-0.05 ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานในร่างกายจะเป็นไปอย่างปรกติ แต่ถ้าสภาพร่างายเรามีความเป็นกรดมากไป เราก็จะมีอาการ เหนื่อยง่าย (fatigue) หนาวสั่น (frequent colds) หายใจไม่ค่อยออก (congestions) กังวล (nervousness) ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตะคริว (muscle pain or cramp)

แล้วนัก Freediver ได้อะไรจากภาวะร่างกายที่มีความเป็นด่างมากกว่าปรกติ?

อธิบายง่ายๆดังนี้นะครับ

</