ทำอย่างไรให้ Dive Start-Up ไปถึงฝั่งฝัน?


ผมเขียนบทความนี้ให้นิตยสาร positioning on-line ปีที่แล้ว พอดีเห็น Line Today เอามาเผยแพร่อีกครั้ง วันนี้มานั่งๆคิดปรับๆให้เหมาะกับวงการดำน้ำ ซึ่งเป็น start-up ลักษณะ hybrid แบบหนึ่งที่ยังมีอะไรที่น่าค้นหามาก ประเด็นคือ เราจะว่ายหรือดำน้ำเข้าไปหาฝั่ง หรือ จะให้รอให้น้ำแรงแล้วรอให้โดนซัดเข้าฝั่งเอง ลองอ่านดูนะครับ

วันก่อนได้มีโอกาสอ่านนโนบายสนับสนุนการเปิดเสรีเรื่อง Visa เข้าประเทศไทยของรัฐ หลายๆประเทศก็เปิดเริ่มเปิดเสรีเรื่อง Visa ทั้งทำงานและท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาส่วนหนึ่งก็คือการให้โอกาสชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินการธุรกิจสตาร์ทอัพได้สะดวกง่ายขึ้นมาก สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (หรือดำน้ำ ซึ่งเป็นเพียง subset ของการท่องเที่ยว) ส่วนหนึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ เพราะเป็นการเปิดรับแนวคิด knowledge sharing อย่างเต็มที่ในโลกยุคไร้พรมแดน แต่อีกมุมหนึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีมากน้อยเพียงใด ตอนนี้เราพูดเรื่องสตาร์ทอัพกันเกร่อพอๆ กับการพูดเรื่อง 4.0 ส่วนใหญ่คนมักจะมองสตาร์ทอัพจากมุมที่ดีทันสมัย ทำให้สวยดูดีก็มีฮิปฮิตติดลมบน วันนี้เรามาลองดูกันนะครับว่าทำไมบางธุรกิจสตาร์ทอัพถึงไปไม่สุดหรือไม่ได้ประสบความสำเร็จ

สตาร์ทอัพสำหรับ brand ดำน้ำในประเทศไทย 'ผูกติด'กับ ธุรกิจการท่องเที่ยวแบบแยกกันไม่ออก การทำงานหรือทำธุรกิจดำน้ำเกิดนานแล้ว มีองค์กร (Dive Agency) ต่างคนต่างดูแลกันไป แต่ละ Agency ก็พยายามสร้างจุดขายที่แตกต่าง

แต่แนวคิดหรือไอเดียเจ๋งๆ ของคนคนเดียว หรือองค์กรเดียว หรือจากการรวมกลุ่มกันของคนไม่กี่คนที่มี passion ไม่ต่างกัน ไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ ธุรกิจสตาร์ทอัพของการท่องเที่ยวดำน้ำเริ่มมาแรงเมื่อ 20 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัยผมดำน้ำใหม่ๆ แล้วก็ล้มหายตายจากกันไปเยอะ แล้วก็มาแรงในช่วงหลายปีมานี้ และที่เห็นประสบความสำเร็จทางภาพลักษณ์และทางธุรกิจ ก็มักจะมาจากคนต่างชาติเข้ามาทำมากกว่าคนไทยกันเอง

คำถามที่สำคัญที่ต้องถามตัวเอง คือ..