ยิ่งสูงยิ่งหนาว Mountain Freediving


Instructor Trainer ที่ผมกำลังฝึกด้วยกันท่านหนึ่งมาจาก Performance Freediving International, Oregon, US. แกตระเวณฟรีไดฟ์ทั้งที่ทะเล น้ำแข็ง และทะเลสาปภูเขาสูง ได้มีโอกาสแชร์ประสบการณ์กันเรื่องการดำน้ำในที่สูง (Altitude Dive) จากที่ผมหาเรื่องไป Freedive ประหลาดๆในหลายที่ในญี่ปุ่นรวมถึงฮีอกไกโด ส่วนเค้าทำงานและสอนอยู่ทั้งแถบ Alaska และ US Pacific Coast ซึ่งแตกต่างกัน แต่ได้ความรู้แลกเปลี่ยนกันเพิ่มขึ้นมากครับ

Courtesy of Himalaya 2017 – Extreme Altitude Freedive Project

ปรกตินักปีนเขาสูงที่มีประสบการณ์จะรู้จักและคุ้นเคยกับการปรับตัวกับสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนน้อยก่อนที่จะขึ้นสู่ระดับความสูง (Altitude) หรือที่เราเรียกว่ามีผลต่อแรงกดดันและความสมดุลของเลือด เค้ามักจะฝึกให้ร่างกายมีความคุ้นเคยกับภาวะ hypoxia จนถึงขึ้นบางครั้งความเข้มข้นของ O2 ในเลือด (blood saturation)ต่ำลงไปถึง 40% (หรือลงไปกว่าครึ่ง)

นักปีนเขา เวลาเตรียมตัว เค้าจะค่อยๆไล่ระดับความสูงที่ไต่ขึ้นไปครับ เหตผล คือการทำความคุ้นเคยกับแรงดันที่เปลี่ยนไป นักปีนเขานักไต่เขาทุกคนทราบดีว่าถ้าขึ้นที่สูงมากต้องค่อยๆทำการปรับตัวให้เข้ากับชั้นบรรยากาศ หรือที่เราเรียกว่า acclimatization ด้วยการทำให้ระดับการเต้นของหัวใจที่ลดต่ำลงสัมพัทธ์กับปริมาณความเข้มข้นของอ๊อกซิเจนในเลือด

เหมือนกับเราฟรีไดฟ์ ไม่มีใครลงพรวดเดียวไปที่ความลึก 10 – 20 เมตร ไม่ว่าจะเป็นการฟรีไดฟ์ที่ระดับน้ำทะเล หรือการฟรีไดฟ์บนภูเขา เราค่อยๆไล่ระดับความลึกลงไปครับ

หลักการไม่แตกต่างกันกับนักปีนเขา แต่บริบทไม่เหมือนกัน

เพราะอะไร?

เรื่องแรก เวลาเราอยู่บนภูเขา อากาศ (Air) จะมีความหนาแน่นน้อยกว่าปรกติ แปลว่า อ๊อกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปก่อนลงดำน้ำ ก็มีความหนาแน่นน้อยกว่าปรกติเช่นกัน ส่งผลให้ เวลาเราเคลียร์หู (equalize) ก็จะยากกว่าปรกติมาก ทั้งก่อนลงน้ำ และระหว่างการดำน้ำ