เพราะความจำสั้น.. แต่รักฉันยาว Trainings For Freedivers


ทุกท่านที่ผ่านหลักสูตรฟรีไดฟ์ภาคสระ หรือภาคทะเลมาแล้ว จะทราบดี ว่าหลังจากการเรียนฟรีไดฟ์เสร็จ แต่มันยังไม่จบหรอกครับ.. มันต้องมีลูกตามน้ำ ที่เราต้องไปซ้อม ไปย้ำ ไปฝึกในสิ่งที่เรายังทำไม่ได้ หรือยังทำไม่ได้ดี

Sea Mastermind's Freediving Instructor & Certifed Safety Freediver

ฟรีไดฟ์ไม่ใช่การดำน้ำลึกแบบ SCUBA ครับ ผมจะพูดเสมอว่า การดำน้ำลึกแบบใช้อุปกรณ์ หรือ SCUBA หรือแบบมีถังใหญ่ๆท่อระโยงระยาง พอเรียนจบแล้ว ก็เหมือนขี่จักรยาน คือ เป็นแล้วเป็นเลย ถึงจะไม่ได้ขี่จักรยาน อีก 10ปีกลับมาขี่ใหม่ก็ไม่ต้องหัดใหม่หมด คล้ายๆกับการเรียนว่ายน้ำ ว่ายน้ำเป็นแล้วก็จบ

ฟรีไดฟ์ บริบทนึงเหมือนกับการออกกำลังกายแบบอื่นซึ่งมี muscle memory ครับ แตกต่างที่มีหน่วยความจำของ physiology ในร่างกายของ Freediver ที่สั้นกว่าเยอะ ถ้าไม่รักจะซ้อมถึงจะไม่ได้ลืมทักษะ แต่จะเสียสมรรถภาพในการกลั้นหายใจทั้งแบบหยุดนิ่งและแบบเคลื่อนไหวไปเยอะ (Static & Dynamic) ซึ่งนำไปสู่เหตผลของหลายคำถามที่เกิดขึ้นเช่น

' อุ๊ย ทำไมเจ็บหูไม่หาย '

' ทำไมรอบนี้มาทะเล อึดได้ไม่นานอ่ะ '

' โอ๊ย ลงไม่ได้ลึกซักที ไม่กล้าไปสอบบบ '

...

เรียนฟรีไดฟ์จบไป ทำได้วันนั้น ไม่ซ้อมซักอาทิตย์นึงกำลังกายกำลังใจก็หายไปหมดแล้วววว

...

คำถามคือ แล้วต้องไปซ้อมอะไรกันบ้าง?

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อน ถ้าจะซ้อมเพื่อทำให้เราเป็น Freediver ที่ดีขึ้น ควรถามตัวเองนิด ว่า ระหว่างตอนเรียน คุณครูบอกว่าเราอ่อนอะไร?

เอาเรื่องง่ายใกล้ตัวก่อน..

เคลียร์หูไม่ได้ ก็แปลว่า ควรซ้อมเทคนิคที่สามารถแก้เรื่อง ' การปรับความดันของร่างกาย (Pressure) ' ผ่านช่องหู (ซึ่งไม่ได้หมายถึง หู เสมอไป อาจจะหมายถึงจมูก ปาก กล้ามเนื้อส่วนอื่นด้วย)

ปัญหาเรื่องความดันของร่างกายนักดำน้ำแต่ละคนมีสารพัดที่ต้องวิเคราะห์แยกแยะออกมาก่อน ว่าคืออะไร เช่น เคลียร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง, ร่างกายอ่อนเพลีย, ของเหลวสะสมในช่องว่างของร่างกาย, เทคนิคการลงหรือขึ้นที่ถูกหรือผิด, การวอร์อัพที่ไม่ถูกต้อง, โมเมนตัมของการตีฟิน (Finning), การ duck dive, ความเร็วของการลง, ความกังวล, และอื่นๆ วุ่นวายขายปลาช่อนเล่าไม่จบ

ลงลึกไม่ได้ซักที ก็แปลว่า ร่างกายไม่สัมพันธ์กับเทคนิค (Momentum) เช่น ลงเร็วเกินไป, รูปแบบการลงไม่ถูกต้อง, ใช้ตะกั่วไม่เป็น, วัดคำนวณปริมาณตะกั่วไม่ถูก, ใส่ wetsuit ไม่ถูกต้อง, อัตราการลง(หรือขึ้น),ไม่สัมพันธ์กับการใช้อากาศ, Dive Reflex ที่ยังไม่เกิด (หรือเกิดไม่ทัน), การใช้ฟินลงตามระดับของกระแสน้ำเพื่อลดการใช้ O2, การปล่อยตัวลงอิสระ (Free fall) ที่ยังไม่เกิด แต่ฝืน, น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง, การพักน้ำ (Surface Interval) ไม่เพียงพอ, หรือใช้อุปกรณ์พักน้ำไม่ถูกต้อง (Oxygen replenish), และอื่นๆ (อีกมาก)

นอกจากนั้น ก่อนการซ้อมใดๆก็ดี รูปแบบการวอร์มสำคัญมากครับ และควรทำเป็น pattern ให้ถูก ตั้งแต่ dry warm-up, wet warm-up, static hang จนไปถึงตารางการลงน้ำ ที่ต้องค่อยๆลงจัดตารางการลงตามอัตราส่วนของ Personal Best อย่างเหมาะสม เช่น อึดได้ 3นาทีในสระ แต่ทำ dynamic ได้แย่ไม่สัมพันธ์กันเลย ควรซ้อมแบบไหนดีล่ะ? หรือ ลงได้ 15เมตรล่าสุด แต่อึดได้น้อยจัง? ควรวอร์มอย่างไรดี?

ทุกอย่างที่เราเรียนไป ไม่ว่าจะเป็น การกลั้นหายใจ, การทำระยะ dynamic แยกสมองออกจากขา, dynamic turn, การใช้ bouy รูปแบบต่างๆ ทั้งการทิ้งขา การจับ การปล่อยเชือก, การทำ FIM, การใช้ Arm Stroke พร้อมการวัดระยะเพื่อเคลียร์หู, การใช้โมเมนตัมลงน้ำ,ในการ Duck Dive / Half Duck Dive, การเรียนการใช้ตะกั่ว (Counter weight) ที่สัมพัทธ์กับชุด wetsuit vs ความลึก vs น้ำหนักตัว, Dive Profile รูปแบบต่างๆ, กำหนดการขึ้น และการลง (ระยะเวลา และ Speed) การใช้ตาราง CO2 หรือ O2 ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับการซ้อมทั้งนั้นครับ

ขยับตัวจาก Level 1 ไป Level 2 หรือ ฮึกเหิมขึ้นไปถึง Level 3 เอาเข้าจริง บี้หูตัวเอง สับฟินลงไป บางก็ก็ลงได้แหละ สิ่งที่ได้ คือ บัตร (Blood) เพราะอาจมีอันตรายทั้งขาขึ้น และขาลงครับ รูปแบบการฝึกที่ชัดเจนต่างหาก ที่จะทำให้เราจบ Level ต่างๆได้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ลงไปแตะ 20m 30m 40m ...

...

รักจะฟรีไดฟ์ ต้องเข้าใจเค้าหน่อย

เพราะ..เค้าก็อยากให้เราเอาใจใส่เค้าง่ะ

ไม่ต้องพูดเยอะ โม้กับชาวบ้านเยอะ ว่า ' รักฟรีไดฟ์'

แค่ไปหาเค้าบ่อยๆ ใส่ใจเค้าคนเดียว